expr:class='"loading" + data:blog.mobileClass'>

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Day 10 @ Japan : Asakusa Tenjoji Temple , Ueno park

วันที่ 7 Dec 09

วันสุดท้ายแล้ว รู้สึกว่าเร็วเหมือนกัน แต่ก็ต้องกลับแล้ว ขืนอยู่ต่อไปคงไม่มีเงินซื้อข้าวกิน
วันนี้ตื่น 6:30 อาบน้ำแต่งตัว ลากกระเป๋าลงมาฝากที่ห้องเก็บของข้างล่าง แล้ว check out เพื่อออกเดินทางไปวัด Tenjoji ที่อยู่ในย่าน Asakusa
โดยนั่ง subway ไปลง Ueno 160 เยน

09:00 ถึงหน้าวัด ที่มีโคมไฟสีแดงใหญ่ ไม่พลาดที่จะต้องถ่ายรูปที่อยู่ประตูทางเข้า ทั้งสองจุด ตอนนั้นคนไม่พลุกพล่านเพราะยังเช้าอยู่ ร้านค้าต่างๆ ก็ยังไม่คึกคักมากนัก เราก้เลยเดินไป ถ่ายรูปไป




















ระหว่างที่เดินอยู่ก็ได้ยินเสียงคนไทยคุยกันเยอะมากๆ ทัวร์ทุกทัวร์ จะต้องมาลงที่นี่ เด็กนักเรียนก็มีบ้างเหมือนกัน ถ่ายรูปหนำใจแล้วก็แวะทานข้าว หน้าแกงกระหรี่ และ ขนมปังอันใหญ่คล้ายๆ โรตีบอย แต่อร่อยกว่ามาก








จากนั้นก็ มาที่ Ueno Park ซึ่งถ้ามาในช่วงซากูระบาน ก็จะเป็นสวนที่เต็มไปด้วยซากูระที่เยอะที่สุดเเห่งหนึ่งเลย





14:00 นั่งรถไฟ ไปสนามบินนาริตะ ตอนรอ check in มีเรื่องสุดเซ็งคือ ระหว่างที่ต่อแถวรอ ต้องใช้ passport เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับเครื่องที่เขาจัดไว้ด้วยน่ะ น่าเบื่อมาก และที่แสบสุดก็คือ พนักงานเลือกปฎิบัติ เฉพาะคนญี่ปุ่นก่อน คนต่างชาติให้รอทีหลัง บริการห่วยแตก และมีการชักสีหน้าด้วย จำไว้เลยน่ะ พนักงานภาคพื้นดินของสายการบิน united airline ที่สนามบินนาริตะ จำหน้าได้ด้วย เลยต้องเสียเวลา check in ร่วม 2 ชม.

17:40 ขึ้นเครื่อง
23:30 ถึงเมืองไทย

ค่าใช้จ่ายวันที่ 10

1. ค่า subway 160 เยน
2. ค่า subway 170 เยน
3. ของฝาก 10000 เยน
4. เสื้อผ้า 1000 เยน
5. อาหารเช้า 1200 เยน
6. TAXI 360 เยน
7. ค่า JR ไป Airport 1000 เยน
8. ขนมปัง 170 เยน
9. ธูป 100 เยน

รวม 14300 เยน >>>>>>> day 10

รวมค่าใช้ จ่ายทั้งหมด 10 วัน

7253 + 3940 + 9266 + 4730 + 4980 + 4018 + 5387 + 28170 + 12466 + 14300 = 94510 เยน = 34968 บาท
( 100 เยน = 37 บาท )
รวมค่า JR PASS 10150 บาท
ค่า VISA 1000 บาท
ค่าตั๋วเครื่องบิน 12800 บาท
รามค่าใช้จ่าย ทั้งหมด = 58920 บาท
ถ้าไม่รวมของฝาก ก็ประมาณ 55000 บาท

สุดท้ายขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามจนครบทั้ง 10 วันนะครับ หวังว่า blog นี้อาจจะพอเป็นข้อมูลที่ทำให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่างไร แบบไหนดี ขอบคุณมากครับ แล้วเจอกันทริปหน้า

Day 9 @ Japan ฮาราจูกุ ( Harajuku ) , สะพานแว่นตา ( Imperial Palace ) , Ginsa

วันที่ 6 ธ.ค. 09 ( วันที่ 9 ของการเดินทาง )

วันนี้ตื่นนอนเวลา 07:00 น ออกมาจากห้องประมาณ 09:00 น.ออกมาขึ้น subway ไปลงที่ ueno เพื่อไปดูพระราชวัง สะพานแว่นตา ( Imperial Palace )









สะพานแว่นตา ที่ใครๆก้ไม่พลาด







หลังจากออกมาจากสะพานแว่นตา ก็เดินข้ามถนนมาอีกฝั่งก็จะเป็นแหล่ง shopping ที่มีร้านค้าหรูๆดังๆ ไม่ว่าจะเป็น Burrerry , Gucci , Tiffany & Co. จนลงมาชั้นใต้ดินก็มีร้านอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lawson , Mcdonald , Bangkok Kitchen โดยร้านนี้ เราได้คุยกับคนในร้านด้วย ท่าทางน่าจะเป็นเจ้าของร้านนะ ก้ถามทางเพื่อจะไปร้าน Mcdonald ไหนๆเจอคนไทยก็พูดคุยถามไถ่กันเล็กน้อย ตามประสาคนบ้านเดียวกันก่อนจะแยกย้าย หลังจากสั่งอาหารที่ Mcdonald ไป 680 เยน ( Burger & French Fried & Coke ) ที่แปลกกว่าบ้านเราก็คือ ทานเสร็จต้องเก็บจาน แก้ว ใสถังขยะเอง และต้องแยกขยะเองด้วย ตอนที่ออกมา Mcdonald ที่อยู่ชั้นใต้ดิน แล้วขึ้นมาข้างบนและได้เดินดูร้านต่างๆนั้น เจอร้าน bakerry อยู่ร้านนึงน่ะ สงสัยคงจะอร่อยมากเพราะคนต่อแถวรอซื้อกันยาวเหยียด ตอนแรกกะว่าจะเข้าคิวเพื่อรอซื้อ แต่มองดูเวลาแล้ว ไม่ทันเพราะต้องไปเดิน กินซ่า ต่ออีกเลยต้องเดินออกมาเสียก่อน






12:00 ขึ้น subway ไปลง กินซ่า ถ่ายรูปกับหอนาฬิกา จุดนัดพบที่นักท่องเที่ยวต้องไป พอดีวันนั้นเป็นวันหยุดวันอาทิตย์ เขาทำการปิดถนนเพื่อให้คนเดิน ที่ กินซ่า เป็นย่านไอโซ มีแหล่ง shopping หรูหรา มากมายเช่นกัน ซึ่งก็ไม่รอด ข้าพเจ้าก็ต้องเสียทรัพย์ไปกับเสื้อกันหนาว ราคา 999 เยน ราคาไม่แพงตก 300 กว่าบาท สามารถใส่ในเมืองไทยได้



หอนาฬิกาที่ใครๆก็ไม่พลาด



Bear wear Prada



บนถนน กินซ่า ที่เป็นถนนคนเดินชิวๆ ในวันอาทิตย์

14:00 มาเดินย่าน ฮาราจูกุ แคทได้เอาของมาให้เพื่อนคนไทยที่มาดูงานที่ญี่ปุ่น จากนั้นก้กลับไปยังจุดชมวิวบนตึกสูงๆที่เคยมาเมื่อคืนก่อน แต๋ขึ้นไปแล้วก็ยังไม่เห็น ฟูจิ อยู่ดี จึงกลับมาที่ ฮาราจูกุ อีกครั้ง
ฮาราจูกุ มีผู้คนเยอะแยะมากมาย หลากหลายเชื้อชาติ ตั้งแต่ ฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน นิโกร ไทย เดินเบียดเสียดกันมาก อารมณ์ประมาณ ไนท์บาร์ซา แต่ใหญ่กว่า คึกคักกว่ามากๆ และมีวัยรุ่นญี่ปุ่นที่แต่งตัวแปลกๆ ที่เรียกว่า crossplay เพื่อมาทำกิจกรรมกัน บางคนก็แต่งเลียนแบบศิลปิน ดารา นักร้อง บางคนก้แต่งแบบตุ๊กตา บางคนก็ออกแนว extreme rocker แต่งหน้าด้วย



ฮาราจูกุ ผู้คนคราคร่ำ





หน้าร้าน daiso harajuku



cross play X japan



ไม่พลาด ราเมงร้านดัง ที่ ฮาราจูกุ มีเมนูภาษาไทยด้วย ขอบอก

หลังจากเติมพลังให้ท้องด้วยราเมงแล้ว ก็ต้องเดินทางต่อไปที่ Tokyo Dome เลย ตอนนั้นเวลาก้ประมาณ 20:00 น. ได้ Tokyo Dome เป็นสถานที่จัดงาน event ต่างๆ และภายในยังเป็น สนามเบสบอลอีกด้วย เปรียบกับบ้านเรา ก้ประมาณ impact muangthong พอดีวันนี้มีคอนเสิร์ต ARASHI ด้วย วัยรุ่น เด้กผู้หญิง ที่ไม่ได้เข้าไปข้างใน หรือพลาดจากการได้บัตร ต่างก็พากันทำท่าทางเต้น และทำปากขมุบขมิบไปด้วย แต่ไม่มีคนกล้ากรี๊ดดังๆเลย คงจะเกรงใจ ซึ่งก็เห็นความต่างกับวัยรุ่นบ้านเรา แคทกะแป๋ว ชอบมากๆที่มีน้องจุน อยู่ใกล้ๆ เดินถ่ายรูปที่ Tokyo Dome อยู่นานเพราะมีไฟแสงสีที่สวยงามและข้างๆก็มีสวนสนุกที่น่าเล่นมากๆ เห็นแล้วเสียวสุดๆ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ( มีทุกที่เลยแฮะ )






สนามเบสบอล







Big Egg

21:45 เดินทางกลับห้องเพื่อเก็บของ เตรียมเดินทางกลับ เฮ้อ เหลืออีกคืนเดียวที่จะได้อยู่ที่นี่แล้วหรอ 9 วันที่ผ่านมาเจอประสบการณ์ที่แตกต่างและ เหน็ดเหนื่อยจริงๆ ซิน่ะ



ไหนๆก็จะกลับแล้ว ขอใส่ชุด ยูกาตะ ก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก



อีกสักรูป ได้จายยยยยยยย

ค่าใช้จ่ายวันที่ 9

1. ค่า subway 160 เยน
2. mcdonald 680 เยน
3. subway 170 เยน
4. subway ginsa 210 เยน
5. เสื้อกันหนาว สีม่วง UNI QLO 990 เยน
6. ค่า subway shinjuku 190
7. cake 105
8. subway ชมวิว 190 เยน
9. ค่าลูกอม 100 เยน
10. เครป 480 เยน
11. sweater 1990 เยน
12. jacket หนังสีน้ำเงิน 3990 เยน
13. ราเมง 1100 เยน
14. subway ขากลับ 210 เยน
15. subway ขากลับ 190 เยน
16. ตุ้มหูแบบหนีบ 300 เยน
17. ของฝาก 1146 เยน

รวม 12466 เยน >>>>>>>> day 9

Day 8 @ Japan ฮาโกเน่ ภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบอชิ ชินจูกุ ชิบูย่า


วันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. 52 กับวันที่แสนเหนื่อย และผิดหวัง วันนี้ตื่น 06:00 อยากอาบน้ำอุ่นมากเลยเปิดน้ำในอ่างแล้วลงแช่ เฮ่อ สบายตัวจังเลย รู้สึกดีมากๆ นึกซะว่าเป็นออนเซ็นแล้วกันเนาะ 08:00 ออกมาทานยากิโซบะ ร้านอาหารสำเร็จรูปที่ญี่ปุ่นมีอยู่ทั่วไป คือเราต้องหยอดเหรียญตามราคาที่แสดงในรูป แล้วก็เอาคูปองที่ได้ ไปให้คนขาย เขาก็จะจัดอาหารให้เราตามนั้นเลย คือเราไม่สามารถเรื่องมาก แบบว่าไม่ งอก ไม่ผัก หวานน้อยๆ แบบคนไทยไม่ได้เลย สั่งแล้วสั่งเลย รสชาติเหมือนกันหมด ผมว่ามันก็มีข้อดีข้อเสียนะ แล้วแต่ทัศนคติของแต่ละคน มื้อนี้อิ่มด้วย ราคา 480 เยน 08:30 ลงมาที่ subway เพื่อ จ่ายตั๋ว one day pass ไปเส้นทาง ภูเขาไฟ ฟูจิ แต่หลังจากเช็คข้อมูลอีกรอบ ปรากฏว่าต้องเดินทางอีกเส้นคือเส้น toei เวงกรรม เลยต้องจ่ายเพิ่มอีก 210 เยนครับพี่น้อง เอาว่ะนิดส์หน่อย แต่จะว่าไปน่ะ ตั้งแต่มาที่โตเกียวนี่เงินพร่องไปเยอะเลย ใช้เกิน 4000 เยน ต่อวัน แถมเมื่อเช้าก็จ่ายค่าโรงแรมไปอีก 18000 เยน 10:00 ออกจาก Ueno Station เพื่อต่อ JR ไปที่ ฮาโกเน่ และต่อรถที่ Odawara เพื่อไปดุภูเขาไฟ ฟูจิ ขึ้นกระเช้า ล่องเรือ 12:30 ถึง ฮาโกเน่ โอ้แม่เจ้าอากาศหนาวสุดแสน ยังครับยังไม่สุด ยิ่งตอนขึ้นกระเช้าเพื่อชมฟูจินี้ฝนก็ปรอยๆเมฆ หมอกปกคลุมไปหมด ทัศนวิสัย แย่มากๆ เลยไม่เห็นเจ้า ฟูจิ ผิดหวังกันทั้งลำ หมดแล้วซึ่งกำลังใจ อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเล ก้เพื่อสิ่งนี้ เซ็งสุดๆ ทำไมต้องฝนตกด้วยน่ะ ยิ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดก็ยิ่งหนาวเหน็บ หนาวจนไม่สามารถเดินต่อไปได้เลย เหมือนหิมะจะตก ให้ได้เลย มืดมองไม่เห็นทาง ตอนที่จะเดินออกไปดูน้ำพุร้อน เกือบจะหลงกัน ดีน่ะเราใส่เสื้อสีเหลือง เลยยังพอเห็นกัน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเดินกลับมาขึ้นเรือล่องทะเลสาบ อชิ (Ashi) ระหว่างที่รอขึ้นเรือ ก็หาซื้อของกินเพื่อประทังความหิว หนาวๆอย่างนี้ ได้ของร้อนๆ ก็ทำให้รู้สึกอุ่นดีทีเดียว ก็เลยจัดมันเผาใส่ท้องไป โอ้ววววว สุดยอด 14:40 ล่องเรือทะเลสาบอชิ ถ้าอากาศไม่เลวร้าย ตอนล่องทะเลสาบ เราจะต้องเห็นภูเขาไฟ แต่ ฝนตกหนัก เลยได้แต่ยืนมองดูอย่างเศร้าๆ กล้องก็ไม่กล้าควักออกมาถ่าย กลัวพัง 16:20 หลังจากผิดหวังกับ ฮาโกเน่ อย่างแรง ก้นั่งรถเมล์ กลับลงมา ข้างล่าง เพื่อไปต่อรถไฟ ไปที่ โอไดบะ ( Odaiba ) ก้เหมือนเมื่อเช้าคือ จาก ฮาโกเน่ ต้องเปลี่ยนรถที่ โอไดบ่ะ แล้วลงที่ อูเอโนะ 18:30 ลงจาก อูเอโนะ แล้วต่อ subway ไปลงที่ ชิบุย่า และ ชินจูกุ ที่ ชินจูกุ ฝนก็ยังคงตกหนัก แต่คนก็ เยอะมากๆ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ที่แต่งตัวกัน หลุดโลก ออกแนวแปลกๆ ไปถึง ก็งงงง กับทางออกฝั่ง east ที่เดินหาอยู่หลายรอบมากๆ ออกมา ก็เดินกางร่ม มาเดินที่ ชินจูกุ ก็มีร้านมากมาย อารมณ์ประมาณ สยาม บ้านเรานี่เเหละ มาถึงร้านราเมง อยู่ชั้นใต้ดินก็เลยแวะกิน 660 เยน รสชาติใช้ได้ เผ็ดร้อนดี ตอนแรกว่าจะกินสเต็กต่อ แต่ต้องรอตั้ง 20 นาที ก็เลยตัดใจไม่กินดีกว่า จากนั้นก็เดินดูรอบๆ มีเสื้อผ้า ป้ายโฆษณาใหญ่ๆ ดูมีสีสัน คนมากมาย เจอ crossplay ด้วยน่ะ ร้าน 100 เยนก็มี จนมาถึงร้านขายเครื่องสำอางค์ ก้เเวะซื้อของฝากให้พี่หนึ่ง 20:00 ออกมาขึ้น subway ที่ ชิบูย่า แวะกินเค๊กที่ ชิบูย่า จากนั้นก็นั่ง subway ย้อนกลับไปที่ ชินจูกุ เพราะแคท อยากไปดูวิว ของเมือง โตเกียวที่ตึก? จำชื่อไม่ได้ แต่รู้ว่าเดินไกลเหมือนกัน พอไปถึงต้องตะลึก กับ homeless ที่มีอยู่เยอะมากๆ ตอนนั้นรู้สึกเมื่อยกับการเดินทางมากๆ เพราะวนไปวนมา หาทางออกไม่เจออยู่นาน จนจะห้าทุ่มอยู่แล้ววว แคทยังอยากไปตามรอยหนังญี่ปุ่นอะไรต่อก็ไม่รู้ ก็เลยมีบ่นนิดหน่อยว่าเรามาเที่ยวนะไม่ได้มาทรมานตัวเอง อีกสาเหตุก็คือพลาดจากการดู ฟูจิ มาเเล้วก้เลยเหนื่อยใจเข้าไปใหญ่ อยากขอสบายๆไม่รีบเร่งบ้างจะได้ไหมน่ะ บนจุดชมวิวโตเกียว 24:00 หลังจากมาถึง อูเอโนะ แล้วก็ นั่ง แท็กซี่ มาที่โรงแรมเลย เพราะหมดแรงจริงๆ ค่าใช้จ่ายวันที่ 8 1. ราเมง + ข้าว 480 เยน 2. one day pass subway 710 เยน 3. subway toei line 210 เยน 4. ค่าโรงแรม Kikuya 18000 เยน 5. one day pass shinkansen hakone Fuji ashi lake 5000 เยน 6. ไอศครีม ชาเขียว 300 เยน 7. มันฝรั่ง 120 เยน 8. ช๊อคโกแลต เมจิ 210 เยน 9. มันเผา 150 เยน 10. ค่า subway shinjuku 210 เยน 11. ค่า subway shibuya 190 เยน 12. ราเมงที่ Shinjuku 660 เยน 13. เค๊ก ที่ Shibuya 470 เยน 14. ค่า subway ที่ Ueno 210 เยน 15. ค่า taxi 1250 เยน รวม 28170 เยน >>>>>>>> day 8

Day 7@ ตลาดปลา Tsukiji , Yokohama , Ramen Museum

วันที่ 7 ( 5 ธ.ค. 52 ) ที่ ตลาดปลา ทึซึคึจิ ท่าเรือ โยโกฮามา พิพิธภัณธ์ ราเมง

05:00 ตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว เสร็จแล้วไปเคาะประตูเรียก แคทกะแป๋ว แต่ไม่มีใครตื่นเลยกลับเข้ามานอนดูรายการทีวีต่อ

07:30 ออกจากโรงแรมมาขึ้น subway เพื่อไปตลาดปลา ทึซึคึจิ




08:20 ถึงตลาดปลา ทึสึคึจิ ก็เดินดูสัตว์ทะเลหลากหลาย เสียดายที่มาถึงสายเกินไป เลยไม่ได้ดูการประมูลปลาตอนเช้า ( อุตส่าห์ตื่นเช้าแล้วน่ะนี่ )



ปูยักษ์



กลมๆดำๆนั่นคือ ตาปลาครับ น่ากัว


ปลาหมึกยักษ์สดๆ ในตาเศร้าๆ



บรรยากาศในตลาด







ไม่ลืมที่จะขอถ่ายรูปเพื่อเก็บบรรยากาศ



สตรอเบอเร่อ สดๆ ผลใหญ่ๆ




เดินออกมาข้างๆตลาด ก็จะมีร้านอาหาร ของฝากมากมาย ที่เป็น hilight ของนักท่องเที่ยวจะต้องมาก็คือ แวะทานซูชิ ซึ่งร้านที่มีชื่อเสียงนั้น ก็มีคนต่อคิวรอทานกันมากมาย ทำให้ไม่ไหวที่จะรอ เลยตัดสินใจเข้าร้านข้างๆแทน พอเข้าไปข้างในนะ สำผัสได้ถึงบรรยากาศของความมาคุ ที่นั่งก้แคบๆเท่ามดดิ้นตาย แม้แต่ที่จะวางกระเป๋าก็ไม่มี ต้องไปสุมๆรวมกันไว้ ต้องเบียดเสียดกันเข้าไปนั่งข้างใน พอจะสั่งน่ะ ไอ้พนักงานมันก็บอกว่าต้องสั่งเป็นชุด คือ ไม่ยอมให้เราสั่งแยก เราก็เลยตัดสินใจสั่ง 1 ชุด ก็มี ปลาดิบ ไข่ปลา ปลาหมึก วางบนข้าวปั้น สอดไส้วาซาบิ รสชาติก็บอกได้ว่าไม่มีกลิ่นคาวเลย แต่ถามว่าชอบไหม ก็ธรรมดา เพราะคนขายก็กวนตรีนนนนด้วย ขนาดจะถ่ายรูปมันก็ให้ถ่ายได้แค่ 1 ใบ ไม่รู้จะห้ามทำ xxx อะไร



ซูชิ ร้านโหด



หลังจากนั้นก็เดินออกมาข้างนอกเห็นก้ามปูตัวเขื่องวางในกระบะไม้ ก้เลยแวะถ่ายรูป พอดีกับเจ้าของร้าน ก็เสนอขายของมากๆ จับขาปูมาทุบแล้วเผาให้เสร็จสรรพ 1000 เยน กันไปเลย รสชาติเนื้อปู ทั้งหวาน นุ่ม มัน และทีสำคัญคือไม่มีกลิ่นคาวติดมือเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าถามความจริงแล้วก้ไม่ค่อยชอบน่ะ



ออกจากตลาดปลา ก็ถึงเวลาของสองพี่น้อง ที่จะตามรอย เฮีย ( เฮียที่นี้คือ ฮิเดะ นักร้องนำวง เอ็กซ์เจแปนที่ล่วงลับไปแล้ว ) โดยที่ใกล้ๆกับตลาดปลา มีโบสถ์ที่เป็นสถานที่ ทำพิธีศพ ของฮิเดะ ระหว่างที่เรารออยู่ด้านนอก เราก็เดินซื้อน้ำและขนมกิน

10:30 ออกจากโบสถ์ ก้ไปขึ้น subway และ JR local เพื่อไป Yokosuka คือหลุมฝังศพฮิเดะ


ระหว่างทางที่ไปสุสาน ก้ได้เก็บภาพเด็กนักเรียนญี่ปุ่นอายุประมาณ 4-5 ขวบได้ สามารถขึ้น-ลง รถเมล์ได้เอง ไปโรงเรียน กลับบ้านเอง น่ารักจริงๆหนู ดูกระเป๋าดิ ชมพูได้อีกน่ะ

13:30 ถึงปากทางเข้าสุสาน ซึ่งติดกับทะเล ต้องเดินเข้าไปอีกประมาณเกือบกิโล ถึงหน้าสุสานมีร้านขายดอกไม้เพื่อสำหรับไหว้หลุมศพ ส่วนเราไม่ได้เข้าไปด้วย ก็นั่งรอที่ร้านขายดอกไม้ ให้สองสาวเข้าไปคารวะกัน เรานั่งกินช็อคโกแลต

14:50 เดินมาที่ปากซอยเพื่อมาขึ้นรถเมล์กลับไปที่ Yokosuka ขึ้น JR เพื่อไปร้านขาย CD Hide และขากลับ ก็แวะซื้อเครปญี่ปุ่นทาน หวังว่าจะอร่อยนุ่มเหมือนที่โอซาก้า แต่ผิดคาด รสชาติและความนุ่ม แพ้ไม่ติดฝุ่น แต่ 3 วันที่เหลือ ยังหวังว่าจะได้ทานอีกซักครั้ง

16:00 นั่ง JR จาก Yokosuka กลับมาที่ Tokyo ตามแผนว่าจะไปดุพระโตที่วัด Kamakura แต่ไปถึงก็ 18:00 กว่าๆแล้ว มืดสนิทมากแล้ว ปรากฏว่าไม่ทันครับ วัดปิดเสียก่อน อดเลย ยังไงถ้ามีโอกาสจะกลับมาน่ะ

18:30 นั่งรถเมล์ กลับมาที่ Tokyo 190 เยน แวะทานข้าวหน้าแกงกระหรี่ ที่ Tokyo station 400 เยน

19:30 กินข้าวเสร็จ ก็นั่ง JR ต่อไปที่ Yokohama

20:00 ถึง Yokohama สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือ หนาวเย็น ลมแรงมากๆ ต้องฝ่าลมหนาวเดินชม บรรยากาศ ที่งดงามของท่าเรือที่ตกแต่งได้งดงาม hilight คือ เรือรบลำใหญ่ ที่จอดเทียบท่า





ฝีมือสมัครเล่น แต่ชอบมากเลยครับ เรือรบมีฉากหลังเป็นตึกสูงตระหง่านฟ้า



ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระทึก อันนี้เน้นฉากหลังไม่เน้นคนน่ะ ขอบอก



ไม่มีคนแล้วภาพดูดี๊ ดูดี ว่าม่ะ



รูปนี้ได้ balance ดีน่ะผมว่า

20:40 หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศ Yokohama ยามค่ำคืนสมใจ ก็ลากสังขารที่อิดโรย ย้อนกลับมาที่ Yokohama station เพื่อขึ้น Shinkansen ต่อไปที่ Shin Yokohama เพื่อชม และชิม ราเมง ที่ Ramen Museum

21:00 ถึง Ramen Museum แต่กว่าจะหาเจอได้ก็ต้องเดินไกล เมื่อยมากๆ ถามทางมาตลอด มาถึงก็ แทบจะไม่ค่อยได้เดินดูเท่าไร เพราะแคทดูจะร้อนใจกลัวไม่ทันรถไฟ รอบสุดท้าย 22:22 ก็เลยรีบๆถ่ายและรีบสั่ง ราเมงมาทาน รสชาติก็ใช้ได้ ไม่เลว แต่สู้ที่ Kyoto ไม่ได้ เฮ่อๆ



Ramen Museum ภายในจัดเป็นเหมือนเมืองอีกเมืองนึงเลย

22:00 รีบขึ้น Shinkansen กลับที่พัก
24:00 ถึงที่พัก ( Kikuya Ryokan ) ปวดเมื่อยขามากๆ แทบจะหลุด

รายจ่าย

1. ค่า subway 160 เยน
2. ซูชิ 1200 เยน
3. ขาปูยักษ์ 300 เยน
4. น้ำแร่ 110 เยน
5. เทมปูระ 157 เยน
6. subway to Yokosuka 160 เยน
7. ช็อคโกแลต บาร์ 100 เยน
8. เครปญี่ปุ่น 365 เยน
9. ค่ารถไฟ 190 เยน
10. ค่ารถเมล์ไปวัด Kamakura 210 เยน
11. ค่ารถบัสกลับ Tokyo 190 เยน
12. ข้าวหน้าแกงกระหรี่ 400 เยน
13. ค่าเข้า Ramen museum 300 เยน
14. ชาร้อน 120 เยน
15. ราเมง 850 เยน
16. subway 160 เยน
17. โยเกิร์ต น้ำเปล่า pepsi 415 เยน
รวม 5387 เยน >>>>>>>>>>>>> day 7